หน้าหลัก » เรื่องน่าอ่าน » “หัวหน้ายากูซ่า” หนีคดีนับ 10 ปี แอบเป็นกรรมกรในไทย พลาดท่าถูกจับได้เพราะ “ชอบอวดลายสัก”!!!

“หัวหน้ายากูซ่า” หนีคดีนับ 10 ปี แอบเป็นกรรมกรในไทย พลาดท่าถูกจับได้เพราะ “ชอบอวดลายสัก”!!!

โพสโดย : admin | วันที่ : 11 January 2018
หมวดหมู่ : เรื่องน่าอ่าน

“หัวหน้ายากูซ่า” หนีคดีนับ 10 ปี แอบเป็นกรรมกรในไทย พลาดท่าถูกจับได้เพราะ “ชอบอวดลายสัก”!!! 

ยากูซ่า ลพบุรี ไทย อวด สัก

วานก่อน ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร ได้เดินทางมาสอบปากคำนายชิเกฮารุ ชิราอิ อายุ 72 ปี สัญชาติญี่ปุ่น หัวหน้าแก๊ง“ยามากูจิ กูมิ”แก๊งยากูซ่าประเทศญี่ปุ่น ที่หลบหนีคดีฆ่านายคาซิฮึโกะ โอโตเบะ รองหัวหน้าแก๊ง“คามิยะ”แก๊งคู่อริ และหลบหนีมายังประเทศไทย

นายชิราอิ รับสารภาพว่าเป็นหัวหน้าแก๊งยากากูจิ กูมิ มีสมาชิก 23,400 คน เป็นแก๊งยากูซ่าในประเทศญี่ปุ่น แล้วแยกออกมาเป็นกลุ่มย่อยชื่อว่ากลุ่ม“โคโดไก” มีสมาชิกประมาณ 2,000 คน ส่วนใหญ่ทำธุรกิจเถื่อน ผิดกฎหมาย เปิดบ่อนพนันทุกชนิด  โดยเมื่อหาเงินได้แล้วจะนำไปให้กับหัวหน้ากลุ่มใหญ่คือนายฮาราอิ โดยทำต่อกันเป็นทอดๆ

ยากูซ่า ลพบุรี ไทย อวด สัก 1

เมื่อปี 2548 นายชิราอิ ได้ลงมือฆ่านายคาซิฮิโกะ  โอโตเบะรองหัวหน้ากลุ่ม“คามิยะ” ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายฮาราอิ เช่นกัน เพราะเขาทำผิดกฎของยากูซ่า จึงมีการสั่งฆ่า และหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เ

“ตามพยานหลักฐานของทางญี่ปุ่น บ่งบอกชัดเจนว่านายชิราอิ เป็นหัวหน้ากระบวนการสั่งฆ่านายโอโตเบะ โดยมีผู้ร่วมกระบวนการอีก 7 คน รวมเป็น 8 คน ขณะนี้ทั้ง 7 คนถูกจับกุมแล้ว และถูกศาลประเทศญี่ปุ่นพิพากษาจำคุก 12-17 ปี

นายชิราอิ ให้การว่า การสักเต็มตัวของแก๊งยากูซ่า มีความหมายเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความอดทน การสักเป็นลักษณะการสักแบบใช้สีและใช้เข็ม ต้องมีความอดทนต่อความเจ็บปวดขณะสัก ถ้าใครไม่ผ่านการสักถือว่ายังไม่ผ่านการทดสอบจิตใจ ไม่สามารถเป็นสมาชิกแก๊งยากูซ่าได้ และนิ้วก้อยซ้าย หายไป 2 ข้อ เนื่องจากหัวหน้าทำผิดกฎของยากูซ่า จึงรับผิดแทนหัวหน้าโดยการตัดนิ้ว หากตัดนิ้วข้อเดียวเป็นการไม่แสดงออกถึงความจริงใจ จึงต้องตัด 2 ข้อ โดยใช้สิ่วและค้อนทุบ แล้วนำนิ้วไปให้หัวหน้าใหญ่ดู”

นายชิเรอิ เคยมีภรรยาเป็นคนไทย คือนางอริสรา ก่อนหน้านี้เขามาอาศัยในจังหวัดลพบุรี ทำอาชีพทาสีบ้าน แบกข้าวสาร ภายหลังมีปากเสียงกับภรรยาเป็นประจำ จึงเลิกลากันไป ปัจจุบันใช้ชีวิตเพียงลำพัง พยายามทำตัวเป็นจุดสนใจน้อยที่สุด เพราะเกรงว่าความลับจะเปิดเผย แต่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่ประเทศไทย นายชิเรอิจะมีเพื่อนชาวญี่ปุ่นนำเงินมามอบให้ครั้งละ 10,000 บาท เป็นประจำ ปีละ 2-3 ครั้ง”

“เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด เป็นคนต่างด้าว ไม่แจ้งที่พักอาศัยตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง ดำเนินคดีตามกฎหมายและประสานงานให้ทางการญี่ปุ่นดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป”

มองเผินๆ ดูไม่ออกจริงๆ ว่าลุงจะเคยเป็นยากูซ่าสุดโหด ที่มีลูกน้องหลายหมื่นคน อย่างที่คนโบราณว่า รู้หน้า ไม่รู้ใจ!!!

ขอขอบคุณข้อมูล และภาพจาก ข่าวสด

แสดงความคิดเห็น