หน้าหลัก » เรื่องน่าอ่าน » เรื่องจริง”โหด”กว่าละคร… เมื่อ “เพื่อน” เปลี่ยนสถานะเป็น “แฟน” ต้องแลกด้วยชีวิต!!!

เรื่องจริง”โหด”กว่าละคร… เมื่อ “เพื่อน” เปลี่ยนสถานะเป็น “แฟน” ต้องแลกด้วยชีวิต!!!

โพสโดย : admin | วันที่ : 16 June 2015
หมวดหมู่ : เรื่องน่าอ่าน

เรื่องจริง”โหด”กว่าละคร… เมื่อ “เพื่อน” เปลี่ยนสถานะเป็น “แฟน” ต้องแลกด้วยชีวิต!!!

1

หลายคนคงเคยมีใจให้กับเพื่อนตัวเองกันมาบ้าง แต่ใครเลยจะคิดว่า ความรักแบบเด็กๆ จะสร้างเรื่องราว ยืดเยื้อใหญ่โต จนถึงปัจจุบันได้

ความทุกข์จากความรักก็ว่าเจ็บพอควรแล้ว แต่ทุกข์ที่ต่อเนื่องมาจนถึงลูก ที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ก็อาจยิ่งช่วยทวีคูณความทุกข์ที่สืบเนื่องมาจากความรักมากขึ้นไปอีก

เรื่องจริงของความทุกข์ที่ว่า “บทสรุปของการได้เพื่อนมาเป็นแฟน ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต” จะมีจุดจบอย่างไร เชิญอ่านได้เลยค่ะ

สวัสดีค่ะ เราเป็นอีกคนหนึ่งที่แอบรักเพื่อนตัวเองตั้งแต่ ม. 2 ย้ำว่า ม.2 ตอนนั้นคิดว่าเป็นความรักแบบเด็กๆ เดี๋ยวก็จบไป จากนั้นผู้ชายที่แอบชอบย้ายโรงเรียนไปเรียนในตัวเมือง 3 ปี เต็มๆ ที่เราก็ยังแอบรักคนๆ เดิม เฝ้าพร่ำเพ้อคิดถึงแต่เขา โดยที่เขาไม่เคยรู้ ด้วยความที่เราเรียนพอใช้ได้ จึงขอแม่เข้าไปเรียนพิเศษในตัวเมืองเพียงเพื่อจะไปสืบเรื่องราวของเขา (บ้ามาก) สมัยนั้นห้องสมุดยังมีการยืมหนังสือแบบเขียนชื่อไว้ด้านหลัง ว่ายืมวันที่เท่าไหร่ ใครยืม

เราแอบขโมยเศษกระดาษเล็กๆ นั้นกลับบ้านเพียงเพราะอยากเก็บลายมือของเขาไว้ ซึ่งมีเป็นสิบๆ ใบ เรียกได้ว่าทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับเขาเราเก็บหมด แต่ไม่กล้าคุยกับเขานะแปลกดี ใครเคยอยู่ในโมเม้นท์นี้จะรู้ว่ามันทรมานมากๆ

จนเข้ามหาลัยเป็นครั้งแรกที่ต้องเข้ามาเอ็นฯที่กทม (สมัยนั้นยังมีสอบตรง) เราตจว. เราได้เจอกับเขา เราดีใจมากๆ ตื่นเต้นดีใจสุดๆ ผู้ชายที่แอบรักมานาน เขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ยังน่ารักและเราก็รักเขาอยู่ไม่เปลี่ยนไปเลย แต่แล้วจากวันนั้นอีก 3 ปี เราก็ไม่เจอ ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ทั้งๆ ที่เราเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน! แต่ไม่เคยเจอกันเลย เรามีคนมาชอบพอสมควร แต่ก็ไม่ได้จริงจังกับใคร ใจยังคิดถึงผู้ชายที่เป็นรักแรกตลอดเวลา ส่วนเขามารู้ที่หลังก็จีบคนนั้นคนนี้บ้างประปราย

กระทั่งเรียนจบเราได้เจอกันอีกครั้งและเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า ไม่คาดฝันว่าจะได้เขามาเป็นคู่ชีวิต

เราเริ่มคบกันโดยที่มีเพื่อนเป็นแม่สื่อ เวลานั้นเขาไม่มีใคร เราเองก็เช่นกัน และเราไม่อยากปิดบังความรุ้สึกอีกแล้ว อยากจะบอกรักเขาก่อนจะแยกย้านไปทำงานสร้างอนาคต เราจึงตัดสินใจบอกเพื่อน พอเพื่อนรู้ก็ตกใจมากๆ เพราะไม่คิดว่าเราจะรักคนๆ นี้มานานมากขนาดนี้ พอเพื่อนนำเรื่องไปเล่าให้เขาฟัง ดูท่าทางเขาก็มีใจกับเราไม่ต่างกัน เป็นช่วงที่เรายอมรับว่ามีความสุขมากๆ เขาเหมือนหลุดออกมาจากฝันเราทุกๆ อย่าง ที่สำคัญเขารักเราด้วย เรื่องราวชีวิตรักของเรา ถูกเพื่อนๆ นำไปบอกต่อๆ กันเยอะพอสมควร

เขาเป็นผู้ชายที่ดีมาก ดูแลเอาใจใส่เราดีทุกอย่าง และพื้นเพเราเป็นคนบ้านเดียวกัน แค่คนละหมู่บ้านทุกอย่างไปได้สวย พ่อแม่เรารู้จักกัน เราตั้งเปล่าวางแผนอนาคตร่วมกัน เก็บเงิน เพื่อมาสู่ขอ ชีวิตมีความสุขมากจนล้น

ทั้งเขาและเราประคับประคองชีวิตกันจากทุกข์มากๆ เจอปัญหาสารพัดก็ไม่เคยทอดทิ้งกันและกัน เราจากที่รักมากอยู่แล้วกลายเป็นรักเขาคนเดียวและพร้อมจะตายเพื่อผู้ชายคน นี้ เราสองคนเริ่มเปลี่ยนงานกันมากขึ้น เราเริ่มเข้าสู่แวดวงสังคมที่เจอผู้คนมากขึ้น เจอโลก เจอสังคมหลากหลาย เจอคนมาจีบเยอะ แต่ไม่เคยคิดจะมองใครสักคน บินไปเมืองนอกบ่อย หน้าตาเริ่มแต่งอยากดูดีไม่ให้แฟนอายคนอื่น ส่วนเขาก็ทำงานในแลป ชีวิตไม่ค่อยได้เดินทาง ทำแต่งานเพื่อสร้างอนาคตเรา

อยู่กินกันมา 8 ปี แฟนบอกเริ่มอยากเรียนโท เพราะอยากก้าวหน้าในอาชีพ เราเห็นด้วย เพราะไม่เรียนจะแต่งงานแล้ว เขาบอกขอเรียนจบก่อนนะค่อยแต่ง ช่วงที่เขาใกล้เรียนจบ เป็นจังหวะที่เราเปลี่ยนงานมาอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น เราพบว่าตัวเองท้อง…ดีใจมาก ลูกที่เกิดจากผู้ชายที่เรารักหมดใจ เวลานั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับเราสอบติดโท มอดัง ที่เราฝันอยากเรียนมานาน

ต้องเลือกจะเรียนหรือจะเอาลูกไว้…งงม่ะ?

เราเลือกเก็บลูกไว้ เพราะเวลานั้นแฟนถามมาคำเดียวว่าอยากเรียนก็เอาลูกออกไหมจะได้เรียน เวลานั้นฐานะการเงินเราแย่มากๆ แต่เราก็ทำลายลูกเราไม่ได้ เรารักเขามาก มากพอๆ กับรักพ่อของลูกเลย หลังจากนั้นให้หลังอีก 3 เดือน เราแต่งงานค่ะ ด้วยเหตุผลที่ท้องจึงต้องแต่ง ทุกคนก็พากันยินดีที่แต่งๆ ไปได้ คบกันมานาน

แต่เรากลับพบว่าเป็นห่วงชีวิตที่ดิ่งลงเหวของเราเลย แฟนเราแอบมีกิ๊กที่ทำงานเป็นเด็กพึ่งจบ สอนงานกันไปมาเกิดชอบ อารมณ์หวั่นไหว จึงแอบคบกันเงียบๆ เราจับได้ขอให้เลิกแต่ก็ไม่ยอมเลิก นับวันยิ่งถล่ำ จนเราท้อง 6 เดือนผู้ชายหนี้ไป 3 เดือน ทิ้งเราซึ่งท้องอยู่ต้องอยู่ลำพัง เหมือนโลกของเราสลายเลย ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งดีมากๆ กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ยังไงกัน เศร้า ร้องไห้ อุ้มท้องไปทำงานทุกอย่างทำเองหมด ทำด้วยตัวเอง จนกระทั่งใกล้คลอดผู้ชายกลับมาขอโอกาสบอกเคลียร์ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ด้วยความที่เราเห็นแก่ลูกเห็นแก่ความดีในอดีต เห็นแก่พ่อแม่ที่อุตส่าห์มาขอร้อง เรากลับมาค่ะ เรายอมให้โอกาสเขา เพราะเรายังรักเขามากๆ และลูกก็ต้องการพ่อ

ช่วงเวลาที่เขากลับมาความรุ้สึกเหมือนมาไม่เต็ม เมียท้องแต่คิดสภาพ ทำงาน จ-อ อ้างว่างานด่วน ทำงานเลิกดึกจนบางวันก็กลับเช้าให้เหตุผลว่าทำเพื่อเรากับลูก ระหว่างนั้นเราจับได้ตลอดค่ะว่าเขายังแอบคุยกันกับเด็กคนนั้น ซึ่งเจอกันทุกวันที่ทำงาน!

วันที่เราคลอด สามีไม่เคยอยู่บ้านเพื่อเลี้ยงลูกเลย เขาายังเดินหน้าทำงานจันทร์-อาทิตย์ ปล่อยเราเลี้ยงลูกอยุ่คอนโดลำพัง เราไม่พยายามคิดมาก หลังจากนั้นก็เลี้ยงลูก ทำกับข้าวรอเขากับมา เหนื่อยมากเพราะไม่ได้นอน นมก็ต้องปั้ม แต่แฟนไม่เคยอยู่ดูลูกเลย เราเริ่มมีปากมีเสียงและมีเรื่องผู้หญิงคนเดิมเข้ามาในวันที่เราเอาลูกไปฝาก แม่เลี้ยง และผู้หญิงคนนั้นส่งข้อความเข้ามาที่มือถือเขา ทุกอย่าง ทุกคำพูด มันไม่ใช่สิ่งที่เราพยายามหลอกตัวเอง เขาสองคนคบกันและมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง

วันนั้นเราบอกให้เขาพาไปพบแม่เขา และสัญญาต่อหน้าแม่ว่าจะเลิก เขายินยอมทำตาม บอกขอโทษเราเป็นครั้งที่ร้อยและขอโอกาสอีกครั้ง วันที่เขากลับกทม. เราไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้อยู่ด้วยกัน 3 คนพ่อ แม่ ลูก ขณะที่เราต้องเลี้ยงลูกต่อ 1 เดือน แฟนที่กลับมาทำงานต่อที่กทม

ไม่เคยโทรหาลูกสักครั้ง ทุกครั้งคือเราเป็นคนโทรหา พยายามบอกให้เขาคิดถึงลูกบ้าง เขาบอกแค่งานหนัก รับโทรศัพท์ไม่ได้ พ่อแม่เราเริ่มเอะใจทำไมพ่อมันถึงไม่เห้อลูกเลย

จนวันหนึ่งเหมือนฟ้าคงอยากให้เรารู้ความจริง โทรศัพท์ถูกโทรออกเอง ใช่แล้วค่ะ! เขาสองคนอยุ่ด้วยกันและกำลังพลอดรักกันด้วย เราอุ้มลูกให้นมลูกอยู่หัวใจสลาย เจ็บจนชีวิตอยากตายลงตรงนั้น เราขอให้แม่ฝากดูลูกและกลับขึ้นมาทำงานเร็วกว่ากำหนด กลับรับรู้อีกข้อว่าแฟนเก็บเสื้อผ้าหนี้ไปอยุ่กับผู้หญิงคนนั้นแล้ว สภาพห้องว่างเปล่า เขาเก็บทุกอย่างของเขาออกไปหมดเลย

หัวใจเราพังลงตรงนั้น ร้องไห้จนจะขาดใจตาย ลูกยังไม่ถึง 3 เดือน หนี้สินที่สร้างร่วมกันมา คอนโดพึ่งซื้อ เพราะอยากสร้างครอบครัว พังทลายหมด จบสิ้นทุกอย่าง วูบนั้นเราอยากตายมากๆ แต่ติดที่เรามีลูก ลูกยังดึงสติของความเป็นแม่ให้คิดได้ พ่อแม่เขาเริ่มรู้แต่ทำอะไรไม่ได้ ผู้ชายคนนั้นตัดทุกอย่างออกไปจากชีวิต ทั้งเราและลูก พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อไปเอาผู้หญิงคนนั้นและสังคมที่ทำงาน

สังคมที่การผิดลูกผิดเมียกันเป็นเรื่องปกติในที่ทำงานเขา เราเสียใจจนจะกลายเป็นบ้า ต้องพึ่งยาระงับประสาทเลยทีเดียว ยานอนหลับต้องกิน ร้องไห้จนคิดว่าจะตายลงตรงนี้แล้ว แต่หนี้สินก็ตามเก็บ เราต้องทำงานใช้หนี้ ผู้ชายคนนั้นไม่เคยส่งเงินหรือส่งอะไรมาให้เราแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่เงินเดือนเยอะมาก พอเราโทรไปก็ไม่รับ บอกไม่มีต้องจ่ายหนี้สินที่กู้เรียนโท ต้องผ่อนรถ ผ่อนบัตร

เราเหมือนตกในนรกเลย นี่เหรอที่เรารอมานาน นี่หรอชีวิตครอบครัวที่ใฝ่ฝัน ลูกต้องกำพร้าพ่อทันที แม่ต้องหาเงินใช้หนี้ที่พ่อเขาทิ้งไว้ให้หลายล้าน

เราเจ็บและทรมานมากๆ ไม่คิดว่าการอยู่กินด้วยกันมาเป็นสิบปี เขาจะคิดไม่ได้ เคยยากลำบากด้วยกันอยู่กันแบบห้องเช่ารูหนูก็ทนมาด้วยกันสารพัด  แต่พอ วันนี้ เขาเจอคนใหม่ที่ใช่ และคนใหม่ก็เป็นผู้หญิงที่ฉันอยากได้จะต้องเอาให้ได้ ครั้งแรกเราเคยจับได้และเคยใช้เบอร์แฟนโทรหาผู้หญิงคนนั้น ขอร้องให้เลิกได้ไหม เรากำลังท้อง ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับมาว่า ถามผัวพี่เอง เวลานั้นแฟนเราโกรธเราจนหน้ามืด ดึงมือถือแล้วหายไปเช้าจึงค่อยกลับ เราไม่รุ้ว่าควรทำยังไงต่อไปดี

ความทุกข์ ทรมานที่ถูกผู้ชายที่รักที่สุดหยิบยื่นให้ เราเหมือนตายทั้งเป็น มีชีวิตแต่เหมือนไม่มีลมหายใจ คิดถึงลูกที่อยู่ ตจว. มากๆ แต่เราลาออกไม่ได้ ลูกต้องกินต้องใช้ ทางนั้นไม่ส่งเสียเลย ตอนแรกเรากะจะฟ้องหย่า ฟ้องผู้หญิงคนนั้นด้วย แต่ก็สงสารตัวเองไม่อยากประจานตัวเอง สงสารลูก สงสารปู่ย่า ที่ตอนนี้พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เราทำได้คือก้มหน้าก้มตาทำงานใช้หนี้ให้หมด ซึ่งก็คงอีกหลายปี

เรากลายเป็นโรคซึ่มเศร้าอยู่คนเดียวก็ร้องไห้ตลอด กลัวความมืดมากๆ ปิดไฟไม่ได้หายใจไม่ออก ไปนอนหมดอาลัยตายอยากให้น้ำเกลือตอนป่วยหนัก คือทุกอย่างอยู่ตัวคนเดียว แม้มีเพื่อนก็ไม่มีใครอยู่กับเราได้ตลอดเวลา ทุกข์ที่สุด เจ็บที่สุดในชีวิต ตอนนี้ที่พึมพ์ก็ยังร้องไห้

ส่วนสามีตั้งแต่ไปก็ไม่เคยโทรมาถามเราสักคำ ไม่เคยโทรถามเรื่องลูก คือเหมือนไปแล้วตัดทุกอย่างทิ้งไปเลย ไม่สนใจแม้กระทั่งเราเกือบตายเอาชีวิตไม่รอดจากอาการไมเกรนและภาวะซึมเศร้า รักษาตัวอยู่ร่วมอาทิตย์ บริษัทโทรทวงหนี้ก็ตาม

เราก็ต้องกลับมาทำงาน หาเงินใช้หนี้ ระหว่างนั้นก็ยังทำหน้าที่แม่ด้วยการปั้มนมส่งกลับต่างจังหวัด คิดถึงลูกใจแทบขาดก็ไปหาไม่ได้ ทุกข์ทรมานจนไม่อยากมีชีวิตอยู่

ระหว่างนั้นก็เฝ้ารอให้สามีกลับมา หวังว่าเขาจะคิดได้ เราไม่ตามไม่โทร ไม่วุ่นวายกับทางนั้นเลย ระหว่างนั้นก็ดูแลใจของตัวเอง พยายามเข้มแข็งจากผู้หญิงที่อ่อนแอามากๆ มีแฟนมาตลอดไม่เคยได้สัมผัสชีวิตที่ต้องอยู่ลำพัง อยู่ไกลลูก ดีที่เพื่อนๆและนายให้การช่วยเหลือไว้ พยายามบอกเราให้คิดบวกและให้เราเริ่มทำบุญ สวมดมนต์ไหว้พระ หากเป็นคู่กันจริง สามีที่ครั้งหนึ่งเคยดีมากๆ อาจจะกลับมา

แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เขาสองคนเริ่มทนไม่ไหวกับการลักกินขโมยกิน จนเปิดเผยว่าคบกันและอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา โดยที่ทุกคนก็พึ่งมาเยี่มเรากับลูกที่โรงพยาบาล แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มา แต่ให้เป็นของขวัญมาแทน ทุกคนรู้ว่ายังไม่ได้หย่า แต่เขาสองคนก็กล้าทำเรื่องชั่วช้า ไม่ละอายฟ้าดิน

ผู้หญิงป่าวประกาศในเฟสถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ วันที่เปิดตัวคบกับสามีชาวบ้านอย่างเปิดเผย ผู้คนเข้ามาแสดงความยินดีมากมาย อดึยสามีเราคือถล่ำตัวหนักไม่ติดต่อใคร ไม่รับสายใคร ตัดทุกอย่างออกจากชีวิตเพื่อจะได้เริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงคนนั้น ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยสารภาพกับเราว่า คือคนที่ใช่ เขาตามหามานาน อ้าว!แล้วกรูกับลูกที่พึ่งเกิดละ เสียใจค่ะ เสียใจมาก เสียใจจนบรรยายไม่ถูก มันอัดอั้น แค้น โกรธ พยายาท สาบแช่งเขาทั้งคุ่ต่างๆนานาๆ

แต่เรามีพี่คนหนึ่งเขาบอกว่ายิ่งเราทำอย่างนั้น เรายิ่งทุกข์ ไม่หลุดพ้น กลับมาดูแลใจและดูแลลูกเถอะ เรานอนกินน้ำตาอยู่หลายเดือน เฝ้าโทษตัวเองที่ไม่ดีพอสารพัด ร้องไห้จนเส้นเลือดในตาแตก จนไม่เหลือน้ำตาที่จะไหล เจ็บปวดเหมือนคนเอามีดแหลมๆ มาแทงซ้ำแล้วซ้ำอีก

จนล่าสุดผู้ชายส่งข้อความมาบอกว่า ขอจบ ไม่สามารถกลับมาอยู่กับเราและลูกได้แล้วไปหย่าเหอะ

เป็นอีกครั้งที่เราร้องไห้หนักมาก เพราะยังรอยังหวังว่าเขาจะกลับมา ความดี ความทุกข์ยากในอดีตมันจะแว้บเข้าไปในหัวเขาบ้าง แต่เปล่าเลย เขาเดินหน้าใช้ชีวิตใหม่ ควงผู้หญิงคนนั้นออกงานไม่แคร์สายตาเพื่อนๆ เรา ที่จะไปพบเห็นในห้างเลย ไม่แคร์พ่อแม่ที่กรนด่าสาบแช่ง ไม่แคร์ลูกที่พึ่งเกิดว่าจะทุกข์แค่ไหนหากวันหนึ่งเขาต้องมารับรู้ความชั่ว ช้ากับสิ่งที่เขาทำ ไม่เคยแคร์เรา ผู้หญิงที่เขาบอกว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต

ตอนนี้เขาทั้งคู่มีชีวิตอยู่กันอย่างสุขสบาย ผู้ชายไม่เคยหันมาสนใจเราแม่ลูกอีกเลย ด้วยเหตุผลที่ว่าเขามีชีวิตใหม่แล้ว ลูกของเราเกิดจากความไม่พร้อมของเขา หนี้สินไม่เคยติดต่อกลับมาว่าจะชดใช้ ผลักภาระทุกอย่างให้เรารับผิดชอบเพียงคนเดียว

ชีวิตเราตอนนี้เหลือแต่ลูกที่เป็นกำลังใจไม่ให้เราคิดสั้นไปเสียก่อน

เขากล้าทำความชั่วแต่ไม่กล้าเดินมาบอกเราว่าเลิกรักแล้วไม่อยากรับภาระใดๆ ไม่เคยมี
เขาหน้าบางเมื่อญาติๆโทรถาม ทำไมทำกับลูกเมียแบบนี้ เขาไม่กล้ายอมรับความจริงด้วยการตัดสายทุกคนทิ้ง
เขาไม่แม้แต่จะโทรถามอาการลูกที่เจ็บป่วย แม้เราจะพยายามติดต่อไป

หากการรอคอยเพื่อให้ได้รักใครสักคนมันจบด้วยการนอกใจ เราคงจะไม่โง่ที่จะรักและซื่อสัตย์กับเขาเพียงคนเดียวในวันที่เรามีคนมาให้ เลือกมากมาย แต่ขณะที่เขาเลือกได้กลับเป็นวันที่เขาเลือกทิ้งเรากลับลูก เพื่อไปใช้ชีวิตกับผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่เข้ามาทำลายครอบครัวเราจนพัง กับผู้ชายที่มักมาก ไม่รู้จักพอ

ตอนนี้ยังผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไปไม่ได้ แต่คิดว่าวันหนึ่งเราคงเข้มแข็งมากขึ้น พยายามปลงและปล่อยวาง คิดว่ามันเป็นกรรมที่เราต้องชดใช้เขาทั้งคู่ค่ะ

ผู้หญิงคนนั้นบอกใครต่อใครว่าไม่ได้แย่งแต่เขารักกันเจอกันในวันที่ช้าเกิน ไป แต่ความรักของพวกเขาที่มีต่อกันทำให้เขาฝ่าฟันอุปสรรคมาได้
ผู้ชาย เราไม่รับรู้ว่าเขายังมีความเป็นคนอยู่ไหม เพราะเขาใจดำจนน่าหวาดกลัว ว่าครั้งหนึ่งเราเคยรู้จักคนแบบนี้และใช้ชีวิตกับคนแบบนี้จริงๆ นะเหรอ

หลายคนส่งเสริมสนับสนุนให้เขาทั้งคู่รักและดูแลกัน ขณะที่ใครหลายคนสงสารและเป็นห่วงเรากับลูกว่าจะอยู่ยังไงต่อจากนี้

เรายังไม่รู้เลยค่ะ ว่าจะอยู่ยังไงต่อจากนี้แต่ด็คิดว่า มันคงมีทางออก มีทางให้เรากับลูกก้าวผ่านมันไปได้

ความรักของแม่จะทำให้เราเข้มแข็งสักวัน

ความคิดเห็นเด่นๆ 1 : สรุปว่า .. .

คุณยอมหย่าโดยไม่ฟ้องร้องเพียงเพราะ > > > ตอนแรกเรากะจะฟ้องหย่า ฟ้องผู้หญิงคนนั้นด้วย แต่ก็สงสารตัวเองไม่อยากประจานตัวเอง สงสารลูก!

แน่ใจหรอคุณ ว่าคุณสงสารลูก ..การที่คุณยอมหย่าแต่โดยดี โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์การเลี้ยงดูจากผู้เป็นพ่อ
แล้วคุณมาทำตัวเป็นนางเอก แบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว .. . .มันไม่ใช่แล้วค่ะ !!!
คุณไม่ควรหย่าอย่างเงียบๆแล้ว นาทีนี้คุณควรรวบรวมหลักฐาน หาทนายฟ้องหย่าเพื่อเรียกร้องค่าเลี้ยงดูบุตรสิคะ!!!  ปัดโถ่!!

..ถ้าตอนนี้ คุณยังไม่เซ็นต์ใบหย่าก็ถือเป็นเรื่องดีค่ะ จะได้ดำเนินการได้ทัน

เรายังไม่รู้เลยค่ะ ว่าจะอยู่ยังไงต่อจากนี้แต่ด็คิดว่า มันคงมีทางออก มีทางให้เรากับลูกก้าวผ่านมันไปได้ <<< ใช่ค่ะ มันมีทางออก คุณต้องเข้มแข็ง!!

————————————————————————————–

ไม่ได้อยากจะเข้ามาซ้ำเติมนะคะ แต่สิ่งที่บอกไว้ข้างต้นทั้งหมด เพื่อต้องการจะดึงสติคุณกลับมา

เลิกคิดเบาๆได้แล้วค่ะ มันถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะเรียกร้องสิ่งที่คุณและลูกพึงได้รับจากผู้ชายคนนี้ !!  ต้องยอมรับความจริงได้แล้วนะคะ
ว่า ตอนนี้ลูกคุณยังเล็ก การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันไม่ง่าย แต่เราต้องอยู่ให้ได้ ด้วยความรักจากเราและคนรอบข้างส่งต่อให้ลูกให้มากๆ

คุณฟังนะคะ.. .  ลูกน่ะ อยู่ได้สบายมากโดยไร้มนุษย์พ่อ แต่ลูกน่ะ จะอยู่อย่างลำบาก   ถ้าไร้ซึ่งปัจจัยที่เรียกว่า เงิน !!

เตรียมตัวหาทนายได้แล้วค่ะ อย่าช้านะคะ เพราะกว่าจะเสร็จสิ้นคดีความก็คงอีกนานหลายเดือน
เป็นกำลังใจ ขอให้คุณก้าวผ่านปัญหานี้ไปให้ได้ค่ะ อย่าลืมนะคะ คุณต้องเด็ดเดี่ยว เข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อลูก

ความคิดเห็นเด่นๆ 2 : แล้ว จขกท ต้องการ ระบายความรู้สึกเท่านั้น หรือ ต้องการปรึกษาด้านกฏหมาย  เพื่อรักษาสิทธิและทรัพย์สินที่ควรจะได้หลัง หย่า  บ้างไหมคะ
เมื่อคุณบอกว่า ยังไม่รู้จะเริ่มจากอะไรก่อนดี
เราอยากแนะนำให้แยกแยะ  ระหว่างเรื่องอารมณ์ความรู้สึก  และเรื่องเงินทอง ออกจากกัน
แยกตั้งกระทู้อีกอันหนึ่งออกมาใหม่  บรรยายสภาพหนี้  รายได้ ปัจจุบัน  ทรัพย์สินที่ร่วมกันกู้/ร่วมกันซื้อ/ร่วมกันหา กับอดีตสามี  สิทธิปกครองในตัวลูก
เพื่อขอคำปรึกษากับผู้รู้  หรือ ผู้มีประสบการณ์ ดีกว่าค่ะ

ความคิดเห็นเด่นๆ 3 : เฮ้อออออ แค่ระบายใช่มะ
หรือยังหวังลมๆแล้งๆว่าถ้าไม่ฟ้องหย่าจะมีวันนึงที่สามีคิดได้แล้วเดินกลับมา
เข้าใจว่าเจ็บ แต่ต้องตั้งสติ ซิงเกิ้ล มัม มีเยอะแยะไป แต่ละคนกว่าจะข้ามคืนวันอันโหดร้าย
เขาก็เจ็บมาปางตายทั้งนั้น แต่ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ
เริ่มแรกหยุดพายเรือในอ่าง คิดย้ำๆว่าทำไมผชคนนั้นทำกับคุณอย่างนี้ ทำไมๆๆๆ
แล้วหันกลับมารักตัวเอง. รักพ่อแม่คุณ ยิ่งคุณร้องไห้เท่าไหร่ คนที่ยิ่งช้ำหนักไม่ใช่หญิงร้ายชายเลวคู่นั้นแต่เป็นพ่อแม่คุณเองนั่นแหละที่เจ็บยิ่งกว่า
ส่วนคำแนะนำ ถ้าไม่อยากฟ้องหย่าให้เป็นเรื่องใหญ่ ก็อุ้มลูกไปที่ทำงานของคู่นั้น(พาเพื่อนไปคนนึงก็ได้)
ไปตกลง บังคับ ขู่เข็ญ ประจาน ว่าถ้าอยากเสวยสุขกัน ก็จ่ายเงินก้อนมา ให้บีบน้ำตาบอกกับเจ้านาย กะเพื่อนร่วมงานเขา
ไม่มีใครเห็นดีเห็นงามไปกับคนผิดศีลธรรมแบบนี้หรอก( เพียงแต่โตๆกันแล้วจะให้เตือนกันก็ใช่ที่) เป็นการบีบสองคนนั้นไปในตัว

ความคิดเห็นเด่นๆ 4 : สรุป จากที่คุณเล่ามา

ผู้ชายคนนี้ ไม่ได้รักคุณเลย ความรักยาวนานของคุณเป็นรักข้างเดียว
คุณน่าจะดูออกตั้งแต่ที่เขาไม่ต้องการลูก ให้เอาออกโดยอ้างว่า ไม่พร้อม
แต่คุณยังมีความหวังว่า เขาจะรับผิดชอบลูกบ้าง

ความที่คุณรักเขาจนมองไม่เห็นความจริง
ทุกอย่างที่เขาทำดีกับคุณ ไม่ได้แปลว่า เขารักคุณเหมือนคุณรักเขา
เมื่อเขาพบคนอื่น ที่เขาคิดว่าเขารัก อยากอยู่กับคนที่เขารัก จึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น

มองปัญหาเสียใหม่
ตอนนี้ที่สำคัญคือ ลูก ไม่ใช่ พ่อของลูก หรือคนอื่นๆ
คิดว่าจะเลี้ยงลูกอย่างไรอีกยี่สิบปี จะเรียกร้องอะไรตามกฎหมายให้ลูกได้บ้าง อย่างไร

คนที่ตัดพ่อแม่ และลูก ซึ่งเป็นสายเลือดของตัวได้ ไม่ได้มีค่าเลยในสายตาของเรา
หรือ อาจเป็นเพราะเขาหมดทางเลือก จากความคับข้องใจนานถึง 10 ปีที่เขาทนมา
คุณเป็นคนเดียวที่รู้ว่า เขาเป็นคนแบบไหน

ขอขอบคุณ Pantip และ ขอขอบคุณคุณ สมาชิกหมายเลข 1449428 เจ้าของกระทู้

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.