หน้าหลัก » ย้อนรอยคดีสะเทือนขวัญ » คดีจริงที่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้… “คดีข่มขืน-ฆ่า ณ พรหมพิราม” ที่มีผู้ต้องหามากกว่า 30 คน!!! แทบทั้งหมู่บ้าน ข่มขืนผู้หญิงเพียงคนเดียว….

คดีจริงที่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้… “คดีข่มขืน-ฆ่า ณ พรหมพิราม” ที่มีผู้ต้องหามากกว่า 30 คน!!! แทบทั้งหมู่บ้าน ข่มขืนผู้หญิงเพียงคนเดียว….

โพสโดย : admin | วันที่ : 13 June 2017
หมวดหมู่ : ย้อนรอยคดีสะเทือนขวัญ

คดีจริงที่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้… “คดีข่มขืน-ฆ่า ณ พรหมพิราม” ที่มีผู้ต้องหามากกว่า 30 คน!!! แทบทั้งหมู่บ้าน ข่มขืนผู้หญิงเพียงคนเดียว….

พรหมพิราม

หลายคนอาจจะคุ้นหูกับภาพยนตร์เรื่อง “คืนบาปพรหมพิราม” กันมาแล้วบ้าง แต่น้อยคนนักในยุคนี้ที่จะตระหนักว่า คดีนี้คือคดีดังที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยเมื่อประมาณเกือบ 30 ปีก่อน

เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2520 แต่ก็ยังเป็นคดีที่คนรุ่นก่อนยังจำได้ดี คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญนี้ ที่เกิดขึ้นในอำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2520 มีคดีสยองขวัญ คือผู้หญิงถูกรถไฟทับขาดหลายท่อนใน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ตอนแรกข่าวนี้เป็นเพียงแค่ข่าวเล็กๆ ในเริ่มต้นตำรวจมองว่าเป็นคดีอุบัติเหตุ แล้วก็ปิดแฟ้มไป

ไม่นานก็มีนักข่าวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไปขุดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะสภาพศพน่าสงสัยผิดปกติ จนในที่สุดข่าวนี้ก็ขยายต่อไปยังหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่มียอดขายมากที่สุดในสมัยนั้น

ตำรวจก็เลยฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เรียกว่าตำรวจใหญ่ของจังหวัดมากันทั้งหมด ประกอบไปด้วย (ยศในขณะนั้น) พ.ต.อ.สมชาย ไชยเวช ผู้กำกับการจังหวัดพิษณุโลก, พ.ต.ท.นิวาท ทองชิต, ร.ต.ท.สมจิตร ทวนต้นไทร, ร.ต.ต.เยี่ยม แสงหิรัญ พนักงานสอบสวนสภ.อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก สืบอย่างหนัก ท่ามกลางความไม่รวมมือของผู้ต้องหาในคราบชาวบ้าน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ทำให้ตำรวจไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ คือเหล่าคนโฉด ได้ทำพิธีทางไสยศาสตร์เพื่อสะกดวิญญาณศพ จนในที่สุดตำรวจก็ค้นหาความจริงว่า ผู้หญิงที่ถูกรถไฟทับนั้นถูกข่มขืนด้วย เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีการขันสูตรพลิกศพอย่างในปัจจุบัน ขณะนั้นผู้ที่ถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันข่มขืนแล้วฆ่าทั้งหมด 8 คน คือ นายมัน นายบุญมา นายบุญลือ นายบุญส่ง นายบุญชู นายสุเทพ นายเทียบ และนายสงวน โดยแยกขังสอบสวนตามสภ.อ.ต่าง ๆ ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ยอมรับสารภาพ

ข่มขืน พรหมพิราม_812754-topic-ix-1

(ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา)

ผู้ตายชื่อนางสำเนียง ผู้ต้องหาต่างให้การว่า เธอเป็นคนวิกลจริต แต่ที่จริงไม่ใช่แบบนั้น (ประวัติของนางสำเนียงอยู่ด้านล่างบทความ) ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ เธอบอกว่าจะออกมาตามหาสามีทางเหนือ จากนั้นก็แอบขึ้นรถไฟด่วน 37 กรุงเทพ – เชียงใหม่ มาเอง แต่เมื่อถึงอำเภอพรหมพิราม เธอก็ถูกรถไฟไล่ลงเนื่องจากไม่มีตั๋ว

ตามบันทึกตำรวจเล่าว่า เหตุการณ์เริ่มเมื่อตอนตี 1 มีกลุ่มชายฉกรรณ์ที่อยู่ในสภาพมึนเมาล่อลวงนางสำเนียงซึ่งนั่งร้องไห้เพราะหิวและไม่มีที่ไป ไปข่มขืน โดยนายสุเทพเริ่มต้นก่อน จากนั้นก็ชักชวนเพื่อนๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เมามาย มาร่วมกันลงแขกข่มขืน ยิ่งดึกคนก็ยิ่งเรียงแถวข่มขืนกันเยอะขึ้น เพราะคนที่เสร็จไปแล้วรอบหนึ่งก็วิ่งไปตามพรรคพวกที่ยังเมาอยู่ในงานเลี้ยงให้มาร่วมข่มขืนต่อ กว่าจะเสร็จทั้ง 30 คนก็กินเวลา 2 ชั่วโมงเศษ

นางสำเนียงจะขาดใจตายแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็มีเจ้าพ่อคนหนึ่งแห่งพรหมพิรามกับพวกอีก 5-6 คน มาข่มขืนต่อโดยที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังข่มขืนศพอยู่ เมื่อลองจับหัวใจของสาวเคราะห์ร้ายถึงทราบว่าหยุดเต้นไปเสียแล้ว

กลุ่มผู้กระทำผิดจึงตัดสินใจอำพรางคดีโดยลากศพไปให้รถไฟทับ

แม้จะมีผู้ร่วมข่มขืนมากกว่า 30 คนแต่ผู้ต้องหานั้นที่สั่งฟ้องได้จริง ๆ มีอยู่แค่ 8-9 คน แต่ละคนติดคุกกันไม่เกิน 10 ปี หลายคนก็ยังมีชีวิตกันอยู่ แต่เหตุการณ์นั้นไม่มีใครอยากจะพูดถึงเท่าไหร่นัก

เรื่องนี้โด่งดังและสะเทือนขวัญมาก ต่อมา สันติ เศวตวิมล ใช้นามปากกา “นที สีทันดร” เอามาเขียนและเรียบเรียงเป็นนวนิยายในเรื่อง “พรหมพิลาป” พิมพ์ออกมาขายเมื่อปี 2540 และมีการนำออกมาทำภาพยนตร์อีกหลายครั้งด้วย เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญมาก แน่นอนว่าสมัยนั้นหลายฝ่ายทั้งตำรวจ ทั้งการรถไฟถูกรุมด่าทั้งประเทศ

ประวัติของนางสำเนียง เดิมเป็นคนบางกระทุ่มแบน จ. พิษณุโลก นางสำเนียงมีลูกชาย หนึ่งคน แม่สามีไม่ค่อยชอบเธอ เพราะเธอมาจากครอบครัวที่ยากจนกว่า และเกรงว่านางสำเนียงจะมาเกาะลูกชายกิน จึงไล่ลูกชายไปทำงาน จ. อุตรดิตถ์

ระหว่างที่ลูกชายไม่อยู่ แม่สามีก็พยายามผลักไสไล่ส่งเธอตลอดเวลา แต่เธอก็อดทนรอสามีเรื่อยมา จนกระทั่งสามีของเธอได้ติดต่อและส่งที่อยู่ที่ จ อุตรดิตถ์ มาให้ เธอจึงตัดสินใจไปตามหาสามีที่ จ.อุตรดิตถ์ แม่สามีจึงออกอุบายหวังดีแต่แอบประสงค์ร้าย ฝากเธอไปกับคนขับรถบรรทุก แล้วบอกคนขับรถบรรทุกที่เคยแอบชอบเธออยู่ว่า แกจะเอามันไปทิ้งที่ไหนก็ได้นะ หรือแกจะปล้ำมันก็ได้นะคิดซะว่าเป็นค่ารถ นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอโดนขมขื่น โดยคนขับรถบรรทุก แล้วทิ้งเธอไว้ที่สถานี พิษณุโลก

นางสำเนียงไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว เธอเลยขึ้นรถไฟ เที่ยวขึ้น ไปพิษณุโลก – เชียงใหม่ โดยไม่มีตั๋วรถไฟเมื่อถึงสถานีพรหมพิราม ก็ถูกนายตั๋วรถไฟจับได้และไล่ลงที่นั่น

ขณะที่เธอยืนกล้าๆ กลัวๆ ไม่รู้ที่ไป จู่ๆ ตาแหยมชายวัยกลางคนที่เคยต้องโทษคดียาเสพติด (แน่นอนว่านางสำเนียงไม่รู้) ตาแหยมทำทีเป็นสงสาร แล้วชักชวนเธอให้ไปค้างที่บัานหลังหมู่บ้านก่อน นางสำเนียงไม่มีทางเลือกเพราะฟ้าเริ่มมืด เมื่อถึงบ้านพัก ตาแหยมทิ้งให้นางสำเนียงเฝ้าบ้านคนเดียวแล้ว เพราะต้องออกไปทำธุระในเมือง คืนนั่นกลุ่มวัยรุ่นลูกชายของผู้ใหญ่บ้าน มาสูบกัญชาที่บ้านตาแหยม เมื่อเมาได้ที่พวกมันก็ข่มขืนเธอยกกลุ่ม

เรื่องที่นางสำเนียงโดนรุมข่มขืน แพร่ไปเข้าหูกลุ่มชายโฉดในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว พวกเขาต่างมุ่งหน้ามาบ้านตาแหยม พวกมันรุมข่มขืนเธอทั้งบนเนินดิน บนหนองน้ำ เธอวิ่งหนีไปทางไหนก็มีแต่เดนมนุษย์จับเธอลากไปข่มขืนซ้ำๆ  ว่ากันว่าเธอกระเสือกระสนกลับไปที่สถานนีรถไฟเพื่อจะได้ไปรถไฟเที่ยวต่อไป แต่เธอไปไม่ถึง ในหนังสือเล่าว่า ศพเธออยู่ในสภาพที่บอบช้ำมาก

ในความจริงยิ่งโหดร้ายกว่านั้น เพราะในข่าวของหนังสือพิมพ์ บอกว่าเธอถูกรถไฟชนขาดสามท่อน แต่จริงแล้วน่าจะเรียกว่าถูกรถไฟทับเสียมากกว่า เพราะเธอถูกนำไปพาดวางกับรางรถไฟ โดยพวกคนร้ายที่ขมขืน กลัวความผิด พวกมันทำร้ายเธอและเอาเธอมาวางไว้กับรางรถไฟแกล้งทำเป็นอุบัติเหตุ เพราะเธอไม่มีญาติมาร้องทุกข์

ข่มขืน พรหมพิราม_9d2eab80d7078eb94e6ffd9c08bfcb75

ตอนตำรวจสืบคดีชาวบ้านและกลุ่มคนร้ายไม่ให้ความร่วมมือ แล้วพยายามเบี่ยงเบนคดี แต่ตำรวจไทยในสมัยนั้นก็เก่งมาก จากคดีซับซ้อนสามารถไขคดีจนจับกุมผู้ร้ายได้เกือบทั้งหมด ว่ากันว่าคดีนี้เป็นคดีโทรมหญิงที่มีผู้ต้องหามากที่สุดในประวัติอาชญากรรมไทยเลยทีเดียว ผู้ต้องหามีทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็ก หนุ่มน้อย ไปจนถึงวัยหนุ่มสู่วัยกลางคน วัยชราและบางคนเป็นพ่อลูกกันด้วยซ้ำ

ข่มขืน พรหมพิราม_1405412816-56-o ข่มขืน พรหมพิราม_1402467938-new11-o ข่มขืน พรหมพิราม_1d7c358c24d9a6d636c127a0bdadfedd

เนื้อความในพาดหัวข่าวหน้า1นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 29 ส.ค. พ.ศ. 2520 กล่าวว่า
เรียงคิว 30 คน ฆาตกรสารภาพเผยนาทีฆ่าโหด “จับสาวให้ม้าเหล็กขยี้”
เผยสาวหัวขาดคดีข่มขืนโหด ผัวยืนยัน 30 คนเถื่อนโทรมเมียตาย
รองนายกระบุข่มขืนสาวให้รถไฟทับโหดร้ายทารุณ “ไม่พ้นม.21แน่”
สั่งย้ายที่คุมขัง 8 มนุษย์บ้ากามพบแผนแหกโรงพักหนีคดีข่มขืนโหด

ถ้อยคำเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของข้อความพาดหัวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐในช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงกันยายนในปีพ.ศ.2520 เป็นข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้น อาชญากรรมสะเทือนขวัญที่กล่าวได้ว่าไม่เพียงสร้างความอัปยศให้กับพี่น้องชาวพรหมพิราม จ.พิษณุโลก จากการที่คนใจโฉดจำนวน 30 ชีวิตก่อกรรมอันเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์รุมข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาวต่างถิ่นด้วยจิตใจที่ไร้ความเป็นมนุษย์เช่นนี้

ขอให้ดวงวิญญาณของนางสำเนียงขึ้นสวรรค์ ไม่จองเวรจองกรรมและมีจิตอันบริสุทธิ์ด้วยเทอญ

ขอขอบคุณข้อมูล และเครดิตภาพจาก WorstCrimeAgainst 

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.