หน้าหลัก » คลิปนี้พลาดไม่ได้ ย้อนรอยคดีสะเทือนขวัญ เรื่องน่าอ่าน » คลิปดัง… สั่งเด้งแล้ว 3 ตำรวจรุมทำร้ายนักศึกษา บาดเจ็บสาหัส (เผยโฉมหน้า 3 ตำรวจ)

คลิปดัง… สั่งเด้งแล้ว 3 ตำรวจรุมทำร้ายนักศึกษา บาดเจ็บสาหัส (เผยโฉมหน้า 3 ตำรวจ)

โพสโดย : admin | วันที่ : 24 March 2016
หมวดหมู่ : คลิปนี้พลาดไม่ได้, ย้อนรอยคดีสะเทือนขวัญ, เรื่องน่าอ่าน

คลิปดัง… สั่งเด้งแล้ว 3 ตำรวจรุมทำร้ายนักศึกษา บาดเจ็บสาหัส (เผยโฉมหน้า 3 ตำรวจ)

ตำรวจ 4

จากที่มีรายงานว่า กลุ่มนักศึกษาจาก ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานตำรวจภูธรภาค 6 กรณีเพื่อนนักศึกษา 5 ราย ถูกบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งร่างกายและจิตใจ 

หนึ่งในผู้เสียหาย นายธนพล คงอิว อายุ 23 ปี เผยว่า เมื่อช่วงประมาณเที่ยงคืน วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ตนและเพื่อนนักศึกษารวม 5 คน ประกอบด้วย นายชัยธวัช ธำรงศักดิ์คุณ, นายศิริวัฒน์ คุ้มทัศ, น.ส.กมลชนก กล่ำเทพ และนายธราเทพ แสงพิรุณ ได้นั่งรถออกจากมหาวิทยาลัย ระหว่างทางมีรถยนต์ฮอนด้า สีขาว ขับมาปาดหน้าโดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว ลักษณะเหมือนผู้ขับเมา นายชัยธวัชซึ่งเป็นคนขับจึงได้บีบแตรใส่ ก่อนจะขับรถยนต์ลอดใต้สะพาน เตรียมเลี้ยวซ้ายมุ่งเข้าตลาด

จากนั้น รถฮอนด้าคันเดิมได้ขับมาพุ่งชนจากทางด้านหลัง นายชัยธวัชจึงได้จอดเพิ่อจะลงไปดู แต่กลับมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้น 4 นัด เพื่อนที่นั่งมาด้วยกันจึงบอกให้นายชัยธวัชขับรถหนี ระหว่างหนีก็ยังถูกไล่ยิงตลอดทาง จนหนีไปไหนไม่ได้เพราะยางรถล้อหลังด้านขวาถูกยิงจนแบน จากนั้นชายคนหนึ่งได้เข้ามาพยายามเปิดประตูรถ แต่เปิดไม่ได้ จึงใช้อาวุธปืนจ่อขู่และพูดว่าถ้าไม่เปิดประตูจะยิง

เมื่อเปิดประตูออกไป พวกตนก็ถูกไล่ลงจากรถ สั่งให้หมอบลงกับพื้น แล้วลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการกระทืบ ใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ศีรษะจนแตก ใช้เชือกมัดมือ ใส่กุญแจมือ ด่าทอด้วยคำหยาบ แล้วชายดังกล่าวก็ได้โทรศัพท์ตามเพื่อนอีก 2 คนให้ขี่จักรยานยนต์มาร่วมกันทำร้ายโดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ตลอด

ต่อมาชายคนเดิมก็เดินเข้าไปจะทำร้าย น.ส.กมลชนก แต่นายธราเทพเข้ามาบังไว้ จึงถูกชายคนดังกล่าวหยิบรองเท้าขึ้นมาฟาดลำคอ และเตะที่ลำตัว

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำพูดของนักศึกษา จนกระทั่งมีรถยนต์ของผู้เสียหายอีกคันที่ถูกชายคนดังกล่าวขับรถชนและขับตามมาจนถึงจุดเกิดเหตุ ได้เห็นเหตุการณ์เข้าจึงเปิดประตูรถลงไปช่วย แต่ถูกใช้ปืนจ่อข่มขู่ ซึ่งกล้องวิดีโอหน้ารถยนต์ของพยานสามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด

ต่อมาหลังเหตุการณ์ยุติ มีตำรวจสายตรวจขี่จักรยานยนต์มา 3 คัน รวม 6 นาย เข้ามาตรวจสอบพร้อมร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นตำรวจในเครื่องแบบ มาค้นรถนักศึกษาแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่กลุ่มนักศึกษาได้ขอให้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของกลุ่มชายที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะมีลักษณะเหมือนคนเมา แต่ตำรวจก็ไม่ตรวจให้

จากนั้นนักศึกษาทั้งหมดก็ได้ไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งแต่ละคนได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ยกเว้น น.ส.กมลชนก ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ โดยหลังพักฟื้นจนอาการทุเลาลงแล้ว ทั้งหมดจึงพากันไปแจ้งความร้องทุกข์กับร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุอ้างตัวว่าเป็นตำรวจ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้พากันมายื่นหนังสือร้องทุกข์ในครั้งนี้

ต่อมา พล.ต.ท. ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภาค 6 ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน และนักศึกษาทั้ง 5 คน โดยมีอาจารย์ของนักศึกษาร่วมประชุมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบทั้งการสอบปากคำพยาน ตรวจสอบรถยนต์ ตรวจสอบร่องรอยกระสุนที่รถยนต์ของนักศึกษา รวมถึงการชี้ตัวของนักศึกษาที่ชี้ตัวตำรวจทั้ง 3 นายอย่างถูกต้อง ประกอบกับคลิปวิดีโอที่พยานบันทึกไว้ ตนได้ออกคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 3 นาย ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากทำให้ภาพพจน์ของตำรวจเสื่อมเสีย พร้อมให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการตั้งข้อหากับตำรวจทั้ง 3 นาย

ตำรวจ 1 ตำรวจ 2 ตำรวจ 3

หทั้งนี้ตำรวจทั้ง 3 นาย คือ ส.ต.อ. สุบิณ นุชขำ, ร.ต.ท. ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ และ ร.ต.อ. วุฒิภัทร บัวอุไร รวมทั้งหมด 5 ข้อหา คือ

1. พยายามฆ่า

2. กักขังหน่วงเหนี่ยว

3. บังคับข่มขืนใจ

4. ทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

5. พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ขอขอบคุณข้อมูล และเครดิตภาพจาก phitsanulokhotnews

ขอขอบคุณคลิปวีดีโอจาก พิษณุโลก ฮอตนิวส์

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.