หน้าหลัก » สร้างแรงบันดาลใจ เรื่องน่าอ่าน » ประเทศที่มี “การศึกษาอันดับ 1 ดีที่สุดในโลก” ไม่ใช่ “อเมริกา” แต่เป็นฟินแลนด์… เพราะที่นี่ “ไม่มีการบ้าน” “ไม่มีสอบกลางภาค” และอื่นๆ… บอกได้เลยว่าสุดยอด!!!

ประเทศที่มี “การศึกษาอันดับ 1 ดีที่สุดในโลก” ไม่ใช่ “อเมริกา” แต่เป็นฟินแลนด์… เพราะที่นี่ “ไม่มีการบ้าน” “ไม่มีสอบกลางภาค” และอื่นๆ… บอกได้เลยว่าสุดยอด!!!

โพสโดย : admin | วันที่ : 16 June 2017
หมวดหมู่ : สร้างแรงบันดาลใจ, เรื่องน่าอ่าน

ประเทศที่มี “การศึกษาอันดับ 1 ดีที่สุดในโลก” ไม่ใช่ “อเมริกา” แต่เป็นฟินแลนด์… เพราะที่นี่ “ไม่มีการบ้าน” “ไม่มีสอบกลางภาค” และอื่นๆ… บอกได้เลยว่าสุดยอด!!!

ฟินแลนด์ อันดับ 1 การศึกษา

ฟินแลนด์ ไม่ใช่ประเทศใหญ่แต่อย่างใด เล็กกว่าอเมริกาไม่รู้กี่เท่า อีกทั้งฟินแลนด์ยังมีประชากรทั้งประเทศแค่ประมาณ 5 ล้านคน (น้อยกว่าคนในกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ) แต่ที่นี่กลับเป็นต้นกำเนิดของนวัตกรรมระดับโลกมากมาย เช่น มือถือ Nokia ที่ (เคย) ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เพราะคนของเค้าแม้จะน้อย แต่ก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเยี่ยม ทั้งยังไม่ค่อยมีคนจน เพราะมีการเก็บภาษีสูง แล้วนำไปการพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง ทำให้การพัฒนาคุณภาพประชากรที่นี่มีคุณภาพ แน่นอนว่าประเทศฟินแลนด์มีการคอรัปชั่นที่น้อยมากติดอันดับโลกด้วย

ฟินแลนด์ การศึกษา_Finland

ดัชนีทางการศึกษาล่าสุด โดยองค์กรความร่วมมือทางเศรฐกิจและพัฒนา โดยการจัดอันดับนี้ใช้รูปแบบการวัดความสามารถในการแก้ปัญหา (ไม่ใช่การทำข้อสอบ) และการอ่านเขียน (ภาษาของตนเอง) ที่ชื่อ PISA (Program for International Student Assessment) ผลคือ นักเรียนของฟินแลนด์ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “นักเรียนที่มีคุณภาพที่สุดในโลก” ประเมินจากนักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับของนักเรียนจำนวน 65 ประเทศ

มาดูกันว่าฟินแลนด์เรียนยังไง

แทบไม่มีโรงเรียนอนุบาล

ที่ฟินแลนด์จะให้เด็กเรียนเมื่ออายุ 6-7 ขวบ (ซึ่งที่บ้านเรานี่คือวัยเรียนประถมศึกษา) เพราะที่ฟินแลนด์ไม่เน้นโรงเรียนอนุบาล แต่อยากให้เด็กมีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด เพราะเชื่อว่าครอบครัวสามารถให้ทั้งความรู้และความรัก ความเข้าใจในวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามให้เด็กได้ดีกว่าโรงเรียนอนุบาล แต่ที่ฟินแลนด์ก็มีการเปิดรับนักเรียนตั้งแต่วัยเด็ก 8 เดือน – 5 ปี เข้าสถานที่ที่เรียกว่า Daycare โดยที่ Daycare นั้นจะต้องมีสนามเด็กเล่นให้เด็กใช้วิ่งเล่น โดยที่ผู้ปกครองสามารถเข้าไปเป็นเพื่อนเล่นได้ และเปิดให้บริการฟรี (ในขณะที่ประเทศไทย ค่าเทอมเด็กอนุบาลบางแห่งแพงกว่าค่าเทอมเด็กมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ)

เด็กที่นี่ เรียนไม่เกินวันละ 5 ชม. เน้นเล่น ไม่เน้นเรียน

เด็กในวัยประถมศึกษาที่ฟินแลนด์ จะเรียนไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมง หรือเรียนสัปดาห์ละไม่เกิน 20 ชั่วโมง เพราะเค้าเชื่อว่าเด็กวัยนี้ควรจะมีเวลาทำในกิจกรรมที่ตัวเองสนใจมากกว่า ในขณะที่เด็กไทยเรียนกันเช้ายันเย็น แล้วยังมีต่อเรียนพิเศษกันอีก

ฟินแลนด์ การศึกษา_findardized-tests

จำนวนเด็กในห้องน้อย เพื่อการดูแลทั่วถึง

ห้องเรียนที่ฟินแลน์ จะกำหนดให้มีนักเรียนห้องละ 12 คน สูงสุดไม่เกิน 20 คน เพราะที่ฟินแลนด์จะเน้นการพัฒนาคน มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้และการดำรงชีวิต ซึ่งนักเรียนแต่ละคนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน การดูแลรายบุคคลจึงเป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด

ที่นี่ไม่มีเกรดเฉลี่ย

ที่ฟินแลนด์มองว่าการเรียนคือการพัฒนาแต่ละบุคคล ไม่ใช่การแข่งขัน ดังนั้นจึงไม่มีการให้เกรดเฉลี่ยมาเป็นตัวแบ่งแยกความภาคภูมิใจหรือความอับอายให้แก่เด็ก แต่เน้นสร้างความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เรียนรู้มากกว่า นี่มันโรงเรียนในฝันชัดๆ

ไม่ใช้ข้อสอบกลางในการวัดเด็ก

ฟินแลนด์เชื่อว่าแต่ละโรงเรียนมีจุดประสงค์และเป้าหมายในการให้การศึกษาแก่นักเรียนแตกต่างกัน ฟินแลนด์จึงไม่ใช้ข้อสอบมาตรฐานในการวัดผลนักเรียน เพราะประเทศเขาเชื่อว่า ทุกโรงเรียนมีมาตราฐานเท่าเทียมกัน (สุดยอด)

บริหารโรงเรียนอย่างมีคุณภาพ

ที่ฟินแลนด์จะจ้างผู้อำนวยการมาบริหารโรงเรียน และให้คณะกรรมการของโรงเรียนเป็นผู้ดูแล ถ้าผลงานไม่ดีก็เชิญออกได้ ไม่มีระบบราชการ หรืออายุราชการในการคัดเลือกคนมาบริหาร แต่จะคัดเลือกจากคนที่มีความสามารถในการบริหารจริงๆ

SONY DSC

ครูมีเกียรติ ไม่ต่างจากแพทย์!

ที่นี่คนที่เก่งที่สุดของประเทศจะแข่งกันเป็นครู เพราะครูเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับ ไม่ต่างจากแพทย์ หรือ ทนายความ ระบบการศึกษาในฟินแลนด์กำหนดให้อาจารย์ประจำชั้นต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโทในคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ส่วนอาจารย์ประจำวิชาจะต้องจบการศึกษาในคณะวิชาที่จะสอนก่อน จึงจะมาต่อระดับปริญญาโทในคณะศึกษาศาสตร์ เงินของครูได้ประมาณปีละ 1,200,000 บาท ในขณะที่ครูไทยได้ปีละประมาณ 400,000 บาทเท่านั้น

กฎหมายฟินแลนด์กำหนดให้เด็กทุกคนเรียนการศึกษาภาคบังคับถึงมัธยมศึกษาตอนต้น (เกรด 9) โดยรัฐบาลสนับสนุนงบ 85% และพอจบมัธยมต้นแล้ว แล้ว ก็จะจบการศึกษาภาคบังคับ ใครไม่อยากเรียนต่อก็ได้ ส่วนใครที่อยากเรียนต่อ รัฐจะออกเงินให้เกือบทั้งหมด ยกเว้นค่าใช้จ่ายเรื่องอุปกรณ์การเรียน แบ่งการเรียนเป็น 2 แบบคือ

1. โรงเรียน มัธยมปลาย คือเรียนต่อไปเกรด 10-12  เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในสายวิชาการ เช่น แพทยศาสตร์ ครุศาสตร์ นิติศาสตร์ เป็นต้น

2. โรงเรียนสายอาชีพ จะคล้ายๆ ปวช. บ้านเรา เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการฝึกทักษะวิชาชีพเฉพาะทาง

และ เมื่อเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมปลายหรือโรงเรียนสายอาชีพแล้ว ก็จะแยกไปได้อีก 2 ทางค่ะ คือ มหาวิทยาลัย และ โพลีเทคนิค ซึ่งระบบมหาวิทยาลัยของฟินแลนด์จะไม่ต่างจากในบ้านเรา

เกร็ดเพิ่มเติม

– ฟินแลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่ผลิตหนังสือสำหรับเด็กมากที่สุดในโลก

– รายการ ต่างประเทศที่เข้ามาฉายในช่องทีวีของฟินแลนด์ มักไม่ค่อยมีการพากย์เสียงภาษาฟินแลนด์ จะยังคงพูดภาษาเดิมนั้นๆ แต่จะขึ้นซับไตเติ้ลด้านล่างเป็นภาษาฟินแลนด์ให้อ่านแทน

– ที่นี่นักเรียนไม่เสียค่าเทอม ถ้าโรงเรียนเก็บค่าเทอมถือว่าผิดกฎหมาย

– ทุกโรงเรียนเท่าเทียมกัน โรงเรียนใกล้บ้านก็เก่งเท่าๆ กับโรงเรียนในเมือง ดังนั้นเด็กๆ จึงไม่ต้องตื่นแต่ไก่โห่ไปเรียนไกลบ้านด้วย

ไปชมคลิปกัน

สุดยอดจริงๆ อยากให้ประเทศไทยเอามาปรับใช้บ้าง โดยเฉพาะเรื่องการเรียนน้อยๆ แต่ได้ประสิทธิภาพมากแบบฟินแลนด์! … “ฟิน” สมชื่อจริงๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก adviceforyou และขอขอบคุณคลิปวิดีโอจาก Tinapan C

แสดงความคิดเห็น